1608071324736.jpg
"เพื่อนร่วมทาง" 

สุพจน์ ดำรงเลิศตระกูล อายุ 44ปี บรรณาธิการบริหารขอนแก่นทูเดย์นิวส์ และประธานชมรมส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาเทเบิลเทนนิสไทย เกิดที่จังหวัดขอนแก่น เริ่มเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสตั้งแต่อายุ 10 ปี และพออายุประมาณ 18 ปี ออกจากวงการเทเบิลเทนนิสไปประกอบอาชีพ ขณะเล่นกีฬาประเภทนี้ได้สังกัดทีมสโมสรบัตเตอร์ฟลาย(ต่อมาได้ เปลี่ยนเป็นเซ็นทรัล)  รางวัลสูงสุดที่ผ่านมาแชมป์ประเทศไทยอายุไม่เกิน 13 ปีแชมป์ สุขุโม คัพ นักกีฬาดีเด่นเขต 4 กีฬาเยาวชนแห่งชาติและกีฬาแห่งชาติ กลับเข้าสู่วงการเทเบิลเทนนิสอีกครั้ง ปีพ.ศ. 2552 ซึ่งห่างหายจากวงการเทเบิลเทนนิสไปประมาณ 16 ปี ในการกลับคืนสู่วงการอีกครั้งสุพจน์มาในบทบาททั้งผู้เล่นผู้ฝึกสอนและผู้จัดการแข่งขัน ที่มีรูปแบบตอบสนองนโยบายของรัฐบาล 

"ผมมีความคิดว่าส่วนมากการแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนิสในประเทศไทยนี้จะไปแข่งขันเทเบิลเทนนิสรายการต่างๆในกรุงเทพฯเป็นส่วนมาก ในส่วนภูมิภาคจะมีการจัดการแข่งขันน้อยมาก เลยมีความคิดอยากลองจัดการแข่งขันดู  และในปี2556 ก็ได้จัดการแข่งขันครั้งแรกขึ้นในจังหวัดขอนแก่น ชื่อรายการเทเบิลเทนนิส ไดโน ขอนแก่น แชมป์เปี้ยนชิพครั้งที่ 1 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่น 

หลังจากปี 2556 ใด้จัดการแข่งขันต่อเนื่องมาทุกปีในจังหวัดขอนแก่น โดยได้รับอนุญาตให้สลักนามจัดแข่งขันชิงถ้วยเกียรติยศ นายกรัฐมนตรี จากท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  และตัวผมเองเป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน 5 ปี ติดต่อกัน 

จนกระทั่งมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ได้มีการระงับกิจกรรมต่างๆทั่วประเทศ รวมถึงกิจกรรมการแข่งขันกีฬา หลังจากนั้นรัฐบาลจึงได้มีการผ่อนปรนให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาได้  ผมจึงมีแนวคิดว่าหลังจากที่มีการผ่อนปรนให้จัดกิจกรรมทางกีฬาได้นั้น ผมมองว่าตัวผมเองเริ่มมีความถนัดในเรื่องการจัดการแข่งขันมา 5 ปีแล้ว รวมถึงลูกชายและลูกสาวก็เล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสได้ และได้เดินทางไปแข่งขันตลอด ประการสำคัญผมเล็งเห็นความสำคัญของมหกรรมกีฬาส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล  จึงมีความคิดว่าถ้าได้ช่วยทำอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้ไม่มากก็น้อยก็ควรจะทำ  จึงก่อตั้ง ชมรมส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาเทเบิลเทนนิสไทย พร้อมมีสมาชิกจังหวัดละ1คน คอยประสานช่วย ชมรมฯ. พร้อมริเริ่มโครงการ จัดมหกรรมกีฬาส่งเสริมการท่องเที่ยว ขึ้นแต่ละจังหวัดในปี 2563 จังหวัดแรกโดยเริ่มที่จัดขอนแก่นเพราะเป็นบ้านเกิดและที่อยู่  ตามด้วยหนองคาย ร้อยเอ็ด นครพนม และในปี 2564 ได้วางแผนการจัดการแข่งขันไว้ 10 จังหวัด ภายใน1ปี  อาทิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์   ศรีสะเกษ  ร้อยเอ็ด หนองคาย   เมืองเลย นครพนม  เป็นต้น  โดยหวังว่าจะมีกองทัพนักกีฬาคณะผู้ฝึกสอน ผู้ติดตาม จำนวนประมาณ 500-1000 คน เข้าร่วมการแข่งขันได้แต่ละรายการ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากนักกีฬาทั่วประเทศเป็นอย่างดี 

1608071499438.jpg
1608071479510.jpg

เป้าหมายของการจัดกิจกรรมกีฬาส่งเสริมการท่องเที่ยวแต่ละจังหวัดนั้น จะประสานงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนให้ช่วยผลักดันและส่งเสริมรวมถึงเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นแต่ละจังหวัดตามนโยบายของรัฐบาลหลังจากการที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 

บางคนถามว่าทำไปแล้วได้อะไรได้กำไรใช่ไหมหรือขาดทุนใช่ไหม คำตอบสำหรับผมคงไม่ใช่เรื่องของกำไรหรือขาดทุนเพราะเรามีความสุขเราได้ทำในสิ่งที่เรารักกีฬาที่เราชอบมันเข้าสู่สายเลือดและจิตวิญญาณเราแล้ว 

งบประมาณแต่ละรายการที่จัดการแข่งขันนั้น 200,000 - 300,000 บาท ได้มาจากผู้ที่รักกีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นส่วนใหญ่ที่ให้การสนับสนุนเป็นกองทัพมด คนละเล็กละน้อย จึงสำเร็จลุล่วงด้วยดีตลอดมา แต่บางครั้งหน่วยงานของรัฐเช่นการกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแต่ละจังหวัดต่างๆก็สนับสนุนเงินรางวัลในการแข่งขันบางรายการให้เช่นกัน 

หลังจากนี้เป้าหมาย ของ ชมรมส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาเทเบิลเทนนิสไทย ผมมีเป้าหมายหลักในปี 2564 การจัดการแข่งขันแต่ละรายการ 

1. จะคอยช่วยประสานหาที่พักให้กับนักกีฬาที่มีความประสงค์จะเข้าพักเพื่อประหยัดงบประมาณในการเข้าร่วมการแข่งขัน แต่ละรายการ 

2.ติดต่อองค์กรเอกชนหรือผู้สนใจให้การสนับสนุนเงินรางวัลในการจัดการแข่งขันให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อความมั่นคงในการดำรงชีพ สามารถหาเลี้ยงชีพตัวเองได้ในการเป็นนักกีฬา 

ส่วนความประทับใจมีหลายรายการ อาทิ ผู้บริหารท้องถิ่นเทศบาลเมืองหนองคาย ที่เล็งเห็นความสำคัญให้การสนับสนุนในการจัดการแข่งขันเป็นอย่างดี รวมถึง ท่านผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 8 (พ.อ.ณรงค์ สวนแก้ว ) ท่านได้กล่าวไว้ว่าสิ่งใดที่ผมพอจะช่วยสนับสนุนเยาวชนได้ผมยินดีที่จะช่วยและที่สำคัญขาดไม่ได้ต้องขอขอบคุณสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยที่คอยให้คำแนะนำ ส่งเสริมจัดหาอุปกรณ์การแข่งขัน รวมถึงคณะกรรมการผู้ตัดสินที่มีมาตรฐานมาช่วยจัดการแข่งขันทุกครั้งครับ" 
สุพจน์ ดำรงเลิศตระกูล เป็นอีกหนึ่งคนปิงปองที่ใช้ความรู้ความสามารถและหน้าที่การงานในสังคมที่มีอยู่มาทำกิจกรรมกีฬาปิงปองเพื่อส่วนรวม เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมด้วยการจัดการแข่งขันปิงปองเชิงท่องเที่ยว ซึ่งสามารถทำได้ดีไม่น้อยไปกว่าความสามารถเมื่อครั้งที่เป็นนักปิงปองและประสบความสำเร็จเมื่อครั้งเป็นเยาวชน อีกหนึ่งเซียนลูกเด้งที่เป็น"เพื่อนร่วมทาง"ในการพัฒนาวงการกีฬาเทเบิลเทนนิสของประเทศไทยครับ 

ดอน มุตตางาม

1608071447691.jpg
YINHE 4.png
SAT.png
Nsdf.png
SET.png
M Electrolyte(1).png